ฉัตร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ให้ความหมายไว้ว่า “เครื่องสูงชนิดหนึ่งมีรูปคล้ายร่มที่ซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้นๆ ชั้นบนมีขนาดเล็กกว่าชั้นล่างลดหลั่นกันไปโดยลำดับ สำหรับแขวน ปัก ตั้ง หรือเชิญเข้ากระบวนแห่เป็นเกียรติยศ” ฉัตรถือเป็นของสูง เปรียบเสมือนสวรรค์ซึ่งเป็นศูนย์รวมจักรวาล ชั้นของฉัตรต้องเป็นชั้นคี่ คือ 3 ชั้น 7 ชั้น และ 9 ชั้น

14646781_10210401421090164_553928282_o

ฉัตร 9 ชั้น เป็นฉัตรสูงสุดสำหรับพระมหากษัตริย์ เรียกว่า “นพปฎลมหาเศวตฉัตร” สำหรับพระมหากษัตริย์ที่ทรงรับพระราชพิธีบรมราชภิเษกตามโบราณราชประเพณีแล้ว ฉัตรแบบนี้เรียกโดยย่อว่า “พระมหาเศวตฉัตร” เป็นฉัตรผ้าขาว 9 ชั้น มีระบาย 3 ชั้น ขลิบทอง แผ่ลวด และมียอด เป็นราชกกุธภัณฑ์ของพระมหากษัตริย์ที่สำคัญที่สุด มีที่ใช้คือ ปักที่พระแท่นราชอาสน์ราชบัลลังก์ กางกั้นเหนือพระแท่นที่บรรทม ปักพระยานมาศ และแขวนกางกั้นพระโกศทรงพระบรมศพ เป็นต้น

p0101060558p1

แต่โบราณมาไทยถือเศวตฉัตร เป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เศวตฉัตร หมายถึง ความเป็นพระราชามหากษัตริย์เช่นเดียวกับมงกุฎของชาวยุโรป ตามประเพณีของพราหมณ์แต่เดิม เป็นเศวตฉัตร 6 ชั้น อันหมายถึง สวรรค์ 6 ชั้น ตั้งแต่ชั้นจตุมหาราชิกาจนถึงชั้นปรนิมมิตวสวัตดี ความหมายของฉัตร 9 ชั้นที่ใช้ในปัจจุบันหมายถึง ผู้ที่ชนะทั้ง 8 ทิศ ชั้นล่างสุด หมายถึงพระมหากษัตริย์ที่จะต้องทรงแบกภาระอันใหญ่หลวงในการดูแลประชาชนทั้ง 8 ทิศ

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%9b%e0%b8%8e%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3

ปัจจุบันมีพระมหาเศวตฉัตรแห่อยู่จำนวน 7 องค์ อันได้แก่ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท (ท้องพระโรงกลางเหนือพระที่นั่งพุดตานถม) พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท (เหนือพระแท่นราชบัลลังก์ประดับมุก) พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน (เหนือพระแท่นราชบัลลังก์ เบื้องหน้าพระที่นั่งบุษบกมาลาฯ) พระที่นั่งไพศาลทักษิณ (เหนือพระที่นั่งภัทรบิฐ) พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน (มี 2 องค์ คือ เหนือพระแท่นราชบรรจถรณ์ และเหนือพระแท่นเครื่องพระสำอาง) พระที่นั่งอนันตสมาคม (ท้องพระโรงกลางเหนือพระแท่นราชบัลลังก์)

14647471_10210400000774657_222898596_o

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน